All content

จัดการอาการ โรคลำไส้แปรปรวน

Last updated Feb 11, 2021 | 09:40

209

ภาวะลำไส้แปรปรวนหรือ Irritable bowel syndrome (IBS) เป็นภาวะผิดปกติเกี่ยวกับการทำงานของลำไส้ใหญ่ที่พบได้บ่อย แม้ ลำไส้แปรปรวน จะเป็นภาวะเรื้อรัง แต่ก็มีวิธีรักษา โดยการควบคุมอาการให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ


อาการของโรคลำไส้แปรปรวน

· ปวดท้อง 

· การถ่ายอุจจาระผิดปกติ (ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง หรือ ท้องผูก) 

· ท้องอืด มีแก๊ส 

ซึ่งอาการดังกล่าวจะแตกต่างจากโรคลำไส้อื่น ๆ เนื่องจาก IBS ไม่ส่งผลต่อความเสี่ยงเพิ่มขึ้นของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

 

ส่วนใหญ่พบว่าโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ทำให้มีอาการไม่สบายเล็กน้อย มีผู้ป่วยเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่มีอาการรุนแรง การปรับเปลี่ยนอาหารหรือการลดความเครียด – กังวล เป็นการจัดการกับโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) สำหรับบางคน ขณะที่ผู้ป่วยบางรายอาจมีความจำเป็นต้องใช้ยาในการรักษา แต่ไม่ว่าในกรณีใดควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาอย่างถูกวิธี เพราะสิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าสิ่งที่ผู้ป่วยกำลังทุกข์ทรมานอยู่นั้น เป็นเพียงโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ไม่ใช่อาการของโรคที่ร้ายแรงกว่า เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือ ลำไส้อักเสบเรื้อรัง


การวินิจฉัยโรคลำไส้แปรปรวน (IBS)

เนื่องจากความผิดปกติของลำไส้หลายอย่างแสดงอาการคล้ายๆ กันกับโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ดังนั้นแพทย์จะพิจารณาจากอาการเฉพาะ รวมถึงอาจมีการตรวจเลือดเพิ่มเติม เพื่อแยกออกจากโรคอื่น ๆ


อาการที่ควรรีบพบแพทย์

หากผู้ป่วยมีการดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์

· มีเลือดออกทางทวารหนัก

· อาการปวดท้องอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเวลากลางคืน

· น้ำหนักลด โดยไม่มีสาเหตุ


ปัจจัยเสี่ยงของโรคลำไส้แปรปรวน (IBS)

· มีประวัติครอบครัวเป็นโรค IBS

· มีความวิตกกังวลหรือความเครียดสูง 

· เพศหญิง (ผู้หญิงมีแนวโน้มเป็นโรค IBS มากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า)

· มีอายุต่ำกว่า 45 ปี


สาเหตุของโรคลำไส้แปรปรวน (IBS)

แม้สาเหตุของการเกิดโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) จะยังไม่ชัดเจน แต่มีหลายปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การเป็น IBS ซึ่งมีปัจจัยหลักอยู่ที่การทำงาน (การบีบตัวของลำไส้) การขยายตัวและหดตัวขณะมีอาหารเคลื่อนผ่าน อาจส่งผลให้มีอาการท้องอืดหรือมีแก๊ส หรืออาการท้องผูก 


ปัจจัยกระตุ้นการเกิดโรคลำไส้แปรปรวน (IBS)

IBS เป็นโรคเรื้อรัง เนื่องจากร่างกายมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้

· การแพ้อาหาร สำหรับบางคนอาหารบางประเภทสามารถกระตุ้นการเกิดโรค IBS ได้

· ความเครียด 

· ฮอร์โมน ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรค IBS สูงกว่าเพศชาย เนื่องจากผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจึงมีแนวโน้มที่จะพบโรคลำไส้แปรปรวนได้มากกว่า


การรักษาเกิดโรคลำไส้แปรปรวน (IBS)

การรักษาโรค IBS ทำได้หลายวิธี ดังนี้ 

· ดูแลเรื่องการรับประทานอาหาร โดยหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดที่เป็นปัจจัยกระตุ้นการเกิดโรค  

· จำกัดแลคโตส (แลคโตสส่งผลให้ภาวะ IBS แย่ลง) 

· เพิ่มปริมาณกากใยอาหารในการบริโภคประจำวัน เพื่อช่วยระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น

· จัดการความเครียด เนื่องจากความเครียดส่งผลกระทบให้ IBS แย่ลง แนะนำให้เข้ากลุ่มขอคำปรึกษาหรือการสนับสนุน 

· ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

· ใช้ยา (แก้อาการท้องเสีย ยาต้านความวิตกกังวลและอาการซึมเศร้า เป็นต้น) แม้ว่ายาจะไม่สามารถรักษาโรค IBS ได้ แต่ก็ช่วยให้จัดการกับภาวะลำไส้แปรปรวนได้ง่ายขึ้น 

· การเพิ่มแบคทีเรียที่ดี (Probiotic)


สิ่งสำคัญคือ IBS เป็นภาวะที่สามารถจัดการได้ ด้วยการดูแลเรื่องการรับประทานอาหารและการปฏิบัติตนที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนั้นหากพบอาการผิดปกติ ไม่ควรละเลย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคและรับการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อจะได้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ