All content

เทคนิคการวิ่งเพื่อลดความอ้วน

Last updated Jul 07, 2021 | 14:27

442

หลายคน วิ่งเพราะอยากลดความอ้วน ได้ภาพสวยน่ารัก หุ่นดี เหงื่อเต็มหน้า แต่ทำไม ยิ่งวิ่ง กลับยิ่งอ้วน บทความนี้ จะช่วยทุก ๆ คนที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่ ให้ได้เข้าใจการวิ่งมากขึ้น

 1. ฝากประจำ ไม่ถอน

เรื่องสำคัญสุดเลยในการวิ่งเพื่อลดความอ้วนคือความเข้าใจที่เราอ้วน เพราะเรารวยไขมัน เรามีอันจะกิน พวกเราก็เลยมีไขมันสะสม เพราะฝากประจำ ไม่ถอน สะสมไว้เยอะเกินไป ดังนั้นการวิ่งเพื่อลดความอ้วน เราจึงเน้นการเบิร์นไขมัน

วิ่งแล้วให้ไขมันมันโดนเผาผลาญไป ยิ่งหมดไปเยอะ ๆ ยิ่งผอมลง

2. วิ่งโซนสองช่วยได้ดี

ร่างกายเราเป็น ระบบ Hybrid คุณหมอโยะชิโนะริ นางุโม (Yoshinori Nagumo) เขียนบอกไว้ในหนังสือ “ยิ่งหิว ยิ่งสุขภาพดี” คือ บางจังหวะร่างกายจะเผาไขมันเพื่อเปลียนเป็นพลังงาน ในบางจังหวะร่างกายจะเผาน้ำตาลมาเป็นพลังงาน ดังนั้นการวิ่งเผื่อผอม ไม่หวังถ้วย เราจึงวิ่งที่หวังจะเผาผลาญไขมัน.

ในวงการวิ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ถ้าเราวิ่งด้วย Heart Rate แถวๆ โซน 1 หรือ โซน 2 จะเป็นโซนที่ร่างกายเผาผลาญไขมันมาใช้เป็นพลังงาน แต่ถ้าวิ่ง Heart Rate แถวๆ โซน 4 โซน 5 ไป ร่างกายจะเผาน้ำตาลมาใช้เป็นพลังงานแทน

ดังนั้นการวิ่งเพื่อลดความอ้วนเราจึงไม่เน้นวิ่งเร็ว ไม่เน้นความแรง แบบที่วิ่ง HRZ4 หรือ 5 ยิ่งเราวิ่งเร่งๆ HR zone สูงเกินไป ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลเยอะไป ยิ่งน้ำตาลตก ยิ่งวิ่งก็ยิ่งหิว ยิ่งหิวเราก็ยิ่งกิน ทำให้ยิ่งวิ่งถึงยิ่งอ้วน

3. วิ่งโซนไหน ดูอย่างไร?​

แล้วเราวิ่ง HRZ (Heart Rate Zone) ไหน จะรู้ได้อย่างไร

HRZ ของแต่ละคนไม่เท่ากันจ้า ขึ้นอยู่กับอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (ซึ่งมักจะขึ้นกับอายุด้วย) เอาเป็นว่า ถ้าอยากรู้ HRZ เอาแน่ๆ ชัดๆ ก็ซื้อ Smart watch อย่าง Garmin Suunto หรือ นาฬิกาที่สามารถจับ Heart Rate ได้

ในนาฬิกาจะบอก HRZ ให้เรารู้ตลอดเวลาที่เราวิ่งเลย ถ้าเป็นแบบนั้น พอเริ่มวิ่งเกิน Zone 3 เราก็รู้ตัวละ ระบบ Hybrid ร่างกายเราเริ่ม switch ไปใช้น้ำตาล  เราก็ผ่อนเครื่องหน่อยวิ่งช้าลงให้มัน Switch กลับมาที่ไขมัน แล้วก็วิ่งสลับแบบนี้ไปเรื่อยๆ

4. เคล็ดลับอยู่ที่

คนอ้วนมักจะเหนื่อยง่ายเลยไม่ควรจะวิ่งนานมากเอาซัก 30 นาทีพอ แต่เคล็ดลับเรื่องนี้อยู่ที่ความต่อเนื่อง ทำวันละ 30 นาที แต่ให้ทำบ่อยๆ ถ้าทำทุกวันได้จะดีมาก ถ้าไม่ได้ก็ทำวันเว้นวัน ช่วงแรกๆ  ต้องฝืนใจบังคับตัวเอง แต่เชื่อเลยว่าไม่นาน ประมาณ 2-3 อาทิตย์ ร่างกายเราจะรู้สึกติดการวิ่งหรือที่นักวิ่ง เรียกกันว่า Runner’s High (อาการเมามายติดการวิ่ง) แล้วตอนนั้นเราจะอยากวิ่งขึ้นมาเองโดยไม่ต้องมีใครบังคับ

5. ความสม่ำเสมอคือหัวใจของเรื่องนี้

สาระของเทคนิคข้อนี้อยู่ที่ความสม่ำเสมอ เพราะไขมันที่ถูกเผาผลาญไป มันจะถูกเติมกลับมาสู่ร่างกายอีกครั้ง โดยการเปลี่ยนน้ำตาลที่เรากินเข้าไปใหม่มาเป็นไขมันสะสมอีก.

ดังนั้นความสม่ำเสมอช่วยคุณได้ ถ้าคุณเบิร์นมันออกไปทุกวัน ในอัตราที่มากกว่าปริมาณที่มันเข้ามาสะสมใหม่ผลลัพธ์คือ งบดุลไขมันจะเป็นลบ ไขมันโดยรวมในตัวคุณก็จะค่อยลดลงเรื่อยๆ ลดลงอย่างสุขภาพดี ลดลงแบบไม่ต้องใช้ยา


ลูกค้าไทยประกันชีวิต รับสิทธิ์พิเศษสำหรับรวมกิจกรรม Life Fit 4 You : SWEAT IS FAT CRYING กับทาง THAIRUN ได้ที่ https://race.thai.run/Sweat