All content

ไวน์แดง ไวน์ขาว ดีต่อสุขภาพจริงหรือ ?

Last updated Apr 09, 2021 | 09:00

126

ไวน์ มีต้นกำเนิดในศตวรรษที่ 19 เมื่อหลุยส์ ปาสเตอร์ นักวิทยาศาสตร์คนดังของโลกพบว่า “ยีสต์” มีอยู่ตามธรรมชาติของผิวองุ่น เป็นตัวเปลี่ยนน้ำตาลในผลไม้เป็นแอลกอฮอล์ จึงเกิดการหมักน้ำองุ่นให้กลายเป็นเหล้าเป็นไวน์ตามธรรมชาติ

ปัจจุบัน เราจำแนกไวน์ (Wine) ออกเป็น 5 สไตล์หลัก ได้แก่ ไวน์ขาว (White Wine) ไวน์แดง (Red Wine) ไวน์โรเซ่ (Rose Wine) ไวน์หวาน (Dessert Wine) และไวน์สปาร์คกลิ้ง (Sparkling Wine)


ไวน์แดง (Red Wine)

•ไม่ได้แตกต่างจากไวน์ขาว (Red Wine) มากนัก แต่สาเหตุที่ทำให้มีสีแดงเพราะมีการเติมเปลือกองุ่น (Grape Skin) ขั้วองุ่น (Grape Pip) รวมถึงเมล็ด (Seed) เข้าไปในกระบวนการหมักด้วย นอกจากนั้น ไวน์แดงยังถูกหมักในอุณหภูมิสูงเพื่อสกัดเอาสี กลิ่นและรสฝาดของสารแทนนิน (Tanin) ออกมา ในความเข้มข้นแตกต่างกันไป ตามระยะเวลา

•พันธุ์องุ่นไวน์แดงสำหรับผู้เริ่มต้นชิมไวน์ (Beginner) ได้แก่ คาร์เบอเน โซวีญง (Cabernet Sauvignon) แมร์โล (Merlot) ปิโนต์ นัวร์ (Pinot Noir) และซินฟานเดล (Zinfandel)

•การจับคู่กับอาหาร (Food Pairing) ไวน์แดงแบบไลท์บอดี้ หรือกลิ่นและรสเบาๆ (Light Body Red Wine) สามารถจับคู่ได้กับ ผักย่าง เนื้อสัตว์ปีก ส่วนแบบกลิ่นและรสปานกลางถึงเข้มข้น (Medium Body-Full Body) สามารถจับคู่กับอาหารจานที่เป็นเนื้อสัตว์สี่ขา หรือสเต็กได้อย่างเข้ากัน


ไวน์ขาว (White Wine)

• อันที่จริงแล้วไม่ได้ทำมาจากองุ่นเขียวเพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้องุ่นแดง หรือองุ่นดำ ในการผลิตไวน์ขาวได้เช่นกัน แต่จะแยกเปลือกที่มีสีแดงออก (Pigment) ปกติไวน์ขาว (White Wine) มักจะมีรสเปรี้ยวเด่น สดใส บางยี่ห้อมีกลิ่นของความครีมมี่ (Creamy) คล้ายๆ มีกลิ่นวนิลาเบาๆ โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ในการผลิต

•พันธุ์องุ่นแนะนำสำหรับเหล่าบีกินเนอร์ (Wine Beginner) ได้แก่ ชาร์ดอนเนย์ (Chardonnay) รีสลิง (Riesling) โซวีญง บลอง (Sauvignon Blanc) และมอสคาโต้ (Moscato) เป็นต้น

•การจับคู่กับอาหาร (Food Pairing) อาหารที่มักจะนำมาจับคู่กับไวน์ขาว ได้แก่ ชีสเนื้อนุ่ม (Soft Cheese) ขนมปังขาว เนื้อปลา อาหารทะเล หรือสลัด


ไวน์โรเซ่ (Rose Wine)

•เป็นไวน์สีชมพูดอกกุหลาบ อาจทำมาจากองุ่นแดง หรือองุ่นดำ แต่ในกระบวนการหมัก ใช้เวลาเพียง 12-36 ชั่วโมงเท่านั้น บางแหล่งอาจใช้วิธีนำไวน์แดงและไวน์ขาว มาผสมเข้าด้วยกัน ไวน์โรเซ่เป็นอีกไวน์ที่ดื่มง่ายเนื่องจากมีรสชาติที่อ่อนไปจนถึงหวาน และความฝาดต่ำ

•การจับคู่กับอาหาร (Food Pairing) : อาหารที่มักจะจับคู่กับไวน์โรเซ่ (Rose Wine) เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ รวมไปถึงผลไม้ตระกูลเบอร์รี่


ไวน์หวาน (Dessert Wine)

•อาจเป็นได้ทั้งไวน์แดงและไวน์ขาวที่มีรสหวานนำ นิยมเสิร์ฟเพื่อดื่มคู่กับของหวาน แต่ในบางประเทศ เช่น อังกฤษ มักดื่มไวน์ขาวหวาน (White Dessert Wine) เพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนมื้ออาหาร และดื่มไวน์แดงหวาน (Red Dessert Wine) เพื่อล้างปากหลังมื้ออาหาร ไวน์หวาน ยังถูกแยกย่อยออกไปเป็น พอร์ท (Port) ทาวนี่ (Tawny) หรือเชอร์รี่ (Sherry) เป็นต้น

•การจับคู่กับอาหาร (Food Pairing): นอกจากขนมหวานแทบทุกชนิดแล้ว ยังสามารถจับคู่กับเนื้อรมควัน หรือชีสนุ่ม (Soft Cheese) ได้เช่นกัน


สปาร์คกลิ้งไวน์ (Sparkling Wine)

•เป็นไวน์ที่เปี่ยมไปด้วยรสสัมผัสซ่าจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติในกระบวนการหมัก หรือถูกเติมเข้าไประหว่างการหมักก็ได้ การเรียกชื่อนั้นมักเรียกตามพื้นที่หรือแหล่งที่ผลิต (Region) เช่น “คาวา (Cava) จากสเปน (Spain)” หรือ “โปรเซคโก้ (Prosecco) จากอิตาลี (Italy)” รวมถึง “แชมเปญ (Champagne) จากแคว้นชองปาญ ประเทศฝรั่งเศส (France)” ที่คนมักเข้าใจผิดว่าเป็นชื่อเรียกของสปาร์คกลิ้งไวน์

•การจับคู่กับอาหาร (Food Pairing): สปาร์คกลิ้งไวน์ (Sparkling Wine) มักจับคู่กับอาหารรสไม่จัดมาก เช่น ชีสเนื้ออ่อน (Soft Cheese) จนถึงชีสเนื้อแข็ง (Hard Cheese) สลัดผัก อาหารจำพวกปลา และขนมปัง


ความแตกต่างระหว่างไวน์แดง และไวน์ขาว


เห็นได้ชัดว่า การดื่มไวน์แดงนั้นให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าไวน์ขาว แต่ทั้งนี้ ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป เพราะไวน์มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซึ่งแอลกอฮอล์ที่มากเกินพอดี ส่งผลเสียต่อสุขภาพตามมาได้