All content

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการดีท็อกซ์ลำไส้

Last updated Jul 07, 2021 | 14:30

416

ปัจจุบันการแชร์และส่งต่อข่าวสารสุขภาพเกิดขึ้นมากมายทุกวัน หลายเรื่องเป็นความจริงที่ผ่านการวิจัยพิสูจน์และรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้ แต่หลายครั้งข่าวสารกลับเผยแพร่อย่างบิดเบือนจนน่าตกใจ

เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้ามคือความเข้าใจผิดของการดีท็อกซ์ลำไส้ ทั้งเครื่องดื่มดีท็อกซ์สำเร็จรูป สูตรดีท็อกซ์ธรรมชาติ และการสวนดีท็อกซ์อีกหลายรูปแบบ มาดูกันว่า 5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการดีท็อกลำไส้มีอะไรกันบ้าง


1. ความเชื่อ- ดีท็อกซ์ สามารถช่วยลดไขมันได้

ความจริง การทำดีท็อกลำไส้มีหลายสูตรหลายวิธีที่เน้นด้วยการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย โดยเฉพาะการถ่ายอุจจาระ ซึ่งวิธีดังกล่าวอาจทำให้รู้สึกตัวเบา แต่ในความจริงแล้ว การขับถ่ายมีเพียงของเสียและน้ำเท่านั้น แต่ร่างกายไม่ได้เผาผลาญไขมันส่วนเกินออกไปเลย บางกรณีผู้ขับถ่ายอาจเสียเกลือแร่และวิตามินจากการขับถ่ายจำนวนมากจนเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้


2. ความเชื่อ-อาหารเสริมหรือเครื่องดื่มดีท็อกซ์ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้

ความจริง อาหารเสริมหรือเครื่องดื่มดีท็อกซ์ที่ขายอยู่ตามท้องตลาดหรือในโลกออนไลน์ ไม่สามารถขับพิษออกจากร่างกาย ได้และทางที่ดีไม่ควรซื้อหามารับประทานเอง โดยไม่ได้ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เด็ดขาด


3. ความเชื่อ-น้ำหมักผัก ผลไม้ ช่วยขับบของเสียออกจากร่างกายได้

ความจริง น้ำหมักที่ได้จากการหมักผักและผลไม้ไม่สามารถ ล้างสารพิษ ออกจากร่างกายได้ แต่อาจทำให้เสี่ยงต่อการเพิ่มสารพิษตกค้าง หากล้างผักและผลไม้ไม่สะอาด รวมถึงภาชนะและวิธีการหมักที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อโรคและแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ง่ายส่งผลให้ท้องเสียหรือมีผลต่อระบบทางเดินอาหารในระยะยาว


4. ความเชื่อ- การกินยาระบาย คือการทำ ดีท็อกลำไส้ วิธีหนึ่ง

ความจริง ยาระบายมีฤทธิ์ช่วยดึงน้ำออกจากผนังลำไส้ ส่งผลให้เนื้ออุจจาระนิ่มและขับถ่ายออกได้ง่าย โดยที่ยาระบายไม่สามารถชะล้างสารพิษที่สะสมตามผนังลำไส้หรือในร่างกายออกไปได้ นอกจากนี้การใช้ยาระบายบ่อยๆ ยังอาจส่งผลต่อสุขภาพได้อีกด้วย ฉะนั้นในกรณีที่มีอาการท้องผูกเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้อง


5. ความเชื่อ-ใครก็สามารถสวนล้างลำไส้ หรือทำ ดีท็อกลำไส้ เองที่บ้านได้

ความจริง ไม่ควรซื้ออุปกรณ์สวนล้างลำไส้มาทำเองที่บ้าน เพราะอาจเสี่ยงต่อเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนรวมถึงอาจเกิดความผิดพลาดระหว่างการสวนลำไส้ และเป็นอันตรายได้ ตามธรรมชาติ ร่างกายมนุษย์มีกลไกกำจัดสารพิษโดยผ่านการทำลายที่ตับและการขับออกที่ไต ดังนั้นการ ดีท็อกซ์ลำไส้ จึงไม่มีความจำเป็น ทั้งนี้หากอาหารที่รับประทานเข้าไปมีสารพิษปนเปื้อนร่างกายจะดูดซึมไปยังลำไส้เล็กพร้อมกับสารอาหารและวิตามินอื่นๆ ส่วนที่ตกค้างในลำไส้ใหญ่เป็นเพียงกากอาหารที่ไม่ถูกย่อยหรือดูดซึมแล้ว


อย่างไรก็ตาม หากเราไม่อยาก ล้างลำไส้ แต่กลัวว่าร่างกายจะมีสารพิษตกค้าง ควรเริ่มใส่ใจการลดสารพิษตั้งแต่ต้นทาง โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไขมันต่ำ และลดการนำสารพิษเข้าสู่ร่างกายจากการรับประทานอาหารปนเปื้อน หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารปิ้งย่าง และอาหารทอด โดยเฉพาะอาหารที่ทอดด้วยน้ำมันใช้ซ้ำหลายๆ ครั้ง