All content

รักการชอปปิงแต่ไม่อยากล้มละลาย ต้องวางแผนใช้เงินยังไงดี

Last updated Mar 17, 2021 | 08:59

119

ใครบอกว่าสิ้นปีเท่านั้นที่เทศกาลงาน Sale จะเยอะจนทำให้สายเปย์ทั้งหลายแทบจะล้มละลาย เพราะถ้ากางปฏิทินดูดีๆ ตลอดปีแล้วจะเห็นว่า โปรโมชั่นสินค้า งานลดราคาและข้าวของน่าซื้อ ยังไม่นับรวมงานสัปดาห์หนังสือที่รักของเหล่านักอ่าน งานแม่และเด็กที่เป็นโอกาสทองสุดคุ้มของคุณพ่อคุณแม่ งานแต่งบ้าน งานแต่งสวน งานโทรศัพท์มือถือ มอเตอร์โชว์ ไปจนถึงการชอปปิงออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่สุดแสนจะสะดวกสบาย เรียกว่ามีวาระและโอกาสให้เราเสียเงินแรงๆ ได้ตลอดปีเลยล่ะ

 

สำหรับคนรักการชอป แค่หมวดใดหมวดหนึ่งก็ว่าหนักแล้ว ยิ่งถ้ารวมหลายหมวด หลายความสนใจ หลายโอกาส บอกเลยว่าถ้าจัดการไม่ดีการเงินมีหวังสั่นคลอนไม่วายต้องเป็นหนี้บัตรเครดิต เพราะเผลอรูดเพลินแบบยั้งไม่อยู่แน่ๆ รักจะชอปปิงทั้งทีแต่ไม่อยากล้มละลาย ลองมาวางแผนการใช้เงินให้ดีกันดีกว่า เราจะได้ชอปอย่างมีความสุข และสร้างความมั่นคงทางการเงินไปพร้อมกัน

 

ตื่นเต้นได้ แต่อย่าเผลอใจกับทุกโปรฯ

เป็นเรื่องจริงว่าโปรโมชั่นและงานลดราคาต่างๆ รายล้อมรอบตัวเราตลอดปี ไม่ว่าจะแบรนด์เล็กแบรนด์ใหญ่แค่หันไปเจอก็ตาเป็นประกายแล้ว ยิ่งได้เห็นไอเทมที่เคยฝันไว้พากันปรับตัวมาอยู่ในราคาที่เอื้อมถึง ยิ่งกระตุ้นให้เราอยากเป็นเจ้าของใจจะขาด แต่ช้าก่อน เราต้องตั้งสติให้มั่น อย่าเพิ่งเผลอใจตามชอปไปเสียทุกรายการ เพราะถ้าขืนใช้จ่ายเกินรายรับหรือรูดบัตรเพลินโดยไม่ดูหน้าดูหลังให้ดี ต่อให้ลดราคาแค่ไหน สุดท้ายทุกชิ้นรวมกันก็เป็นเงินก้อนใหญ่ที่ทำร้ายสถานะการเงินของคุณได้เหมือนกัน

 

มีแล้วจะซื้อซ้ำไปทำไม

ยอมรับเถอะว่าไม่ใช่ทุกครั้งหรอกที่เราซื้อของเพราะ “จำเป็น” ของบางชิ้นต่อให้ไม่จำเป็นหรือมีอยู่แล้ว หลายคนก็พร้อมจะซื้อตุน ซื้อซ้ำ หรือซื้อของที่แบบคล้ายๆ กันแต่คนละสีมาเก็บไว้ ด้วยเหตุผลเข้าข้างตัวเองแบบ “ของมันต้องมี” ความรู้สึกแบบนี้แหละที่กลายเป็นอุปสรรคในการเก็บออมเงินและอาจเลยเถิดไปถึงการสร้างหนี้ให้ตนเองได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ขอให้คุณถามใจตนเองให้ดีๆ คัดเลือกสิ่งที่จำเป็นหรือต้องการในช่วงเวลานั้นจริงๆ ของบางอย่างไม่จำเป็นต้องซื้อเก็บหรือสำรองไว้ตลอดเวลา การใช้ของที่มีอยู่แล้วอย่างรู้คุณค่าจะช่วยให้คุณควบคุมสถานะทางการเงินของตนเองได้ดียิ่งขึ้น

 

อย่ารบกวนเงินเก็บ

หลายคนแม้จะมีการจัดสรรปันส่วน แยกเงินเก็บออกจากเงินที่ต้องกินต้องใช้แล้วก็จริง แต่พอฉุกเฉินอยากชอปขึ้นทีไร ก็พร้อมจะฝืนกฎเพราะคิดว่านิดหน่อยคงไม่เป็นไร หรือเดี๋ยวเอามาโปะคืนให้ทีหลัง สุดท้ายแล้วเมื่อรายจ่ายมากขึ้นก็ปล่อยเลยตามเลย ไม่ได้เอาส่วนนี้กลับมาคืนให้ตัวเอง สิ่งที่เหล่านักชอปต้องจำให้ขึ้นใจก็คือ อย่าได้รบกวนบัญชีเงินเก็บเด็ดขาด (นอกจากเกิดเหตุจำเป็นจริงๆ ต่อสุขภาพ ชีวิต หรือครอบครัว) เพราะอย่าลืมว่า เมื่อเงินส่วนนั้นลดลงก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อแผนหรือเป้าหมายในระยะยาว แผนการก็อาจจะต้องเลื่อนออกไปอีก รวมทั้งเสียโอกาสในการได้รับดอกเบี้ยจากบัญชีสะสมทรัพย์ต่างๆ ที่ไม่อนุญาตให้ถอนออกก่อนครบกำหนด ซึ่งแปลว่า เงินที่หายไปไม่ใช่แค่จากการชอปปิง แต่ยังเป็นเงินส่วนที่คุณควรได้รับเพิ่มในอนาคตด้วย

 

ซื้อเพื่อลงทุน อย่าชอปแบบสูญเปล่าเท่านั้น 

รักจะชอปแล้ว อย่ารักแต่การจับจ่ายใช้ออก แต่ให้มองเป็นโอกาสในการลงทุนเพิ่มเงินในกระเป๋าให้งอกเงยด้วย นอกจากการรับซื้อแบบพรีออเดอร์ที่ตอบโจทย์คนชอบชอปปิง มีความสุขที่ได้เดินเลือกซื้อของ โดยที่ไม่ต้องลำบากกระเป๋าตังค์ตัวเองแล้ว ปัจจุบันยังมีหลายคนหันมาทำธุรกิจชอปปิงของแบรนด์เนม ของแต่งบ้าน จานชามวินเทจ หรือแม้แต่เครื่องประดับตามเว็บไซต์ต่างประเทศหรือตลาดมือสองทั่วโลก เพื่อนำไปขายต่อในกลุ่มลูกค้าที่สนใจ แต่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งขายข้าวของเหล่านั้นได้ ถือเป็นความสามารถในการเพิ่มมูลค่าและหารายได้ที่ดีไม่น้อย

 

หลักการสำคัญของคนกลุ่มนี้คือ คุณต้องมีเงินสำรองมากพอที่จะใช้ซื้อของต่างๆ โดยไม่กระทบสภาพคล่องในชีวิตประจำวัน เพราะอย่าลืมว่ายังมีช่วงเวลาที่คุณต้องรอลูกค้าสั่งซื้อและโอนชำระเงินให้เรียบร้อยด้วย นอกจากนั้น  

ยังต้องมีความเข้าใจในสินค้า สามารถแยกแยะระหว่างสินค้าแท้และสินค้าปลอม ตอบคำถามลูกค้าหากเกิดข้อสงสัย และจัดระบบการสั่ง จ่ายและรับให้ชัดเจน ถ้าทำได้ดี รับรองว่าไม่ว่าจะชอปแหลกขนาดไหน เงินในกระเป๋าก็ไม่สะเทือนแน่นอน

 

ตั้งเพดานไว้ให้ตัวเอง (แต่ไม่ต้องไปสุดทุกครั้งก็ได้)

ไม่ว่าจะรักการชอปขนาดไหน แต่ในทุกการชอปก็ควรมีจุดสิ้นสุด ก่อนจะล้มละลายไปกับทุกไอเทมที่อยากได้ คุณควรตั้งเพดานงบประมาณของตนเองเอาไว้ให้ชัดเจน อย่าปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตหรือเงินเดือนเดือนหน้าเพียงอย่างเดียว เพราะทุกอย่างควบคุมได้ตั้งแต่วันนี้ เช่น หากเงินเดือนประมาณ 30,000 บาท มี Fixed Cost หรือค่าใช้จ่ายจำเป็น 15,000 บาทต่อเดือน หากแบ่งเงินก้อนที่เหลือครึ่งหนึ่งไว้เป็นเงินเก็บ 7,500 บาท แปลว่าคุณมีเพดานในการชอปปิงประมาณ 7,500 บาท ห้ามใช้จ่ายเกินนี้ แต่ความจริงก็คือ คุณไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายให้สุดถึงเพดานทุกครั้ง โดยลืมไปว่าเงินส่วนนี้หากไม่ได้เกิดการใช้จ่ายก็สามารถเก็บสะสมไว้ก่อนได้ บางทีอาจจะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ที่คุณสามารถเก็บไว้ซื้อหรือใช้ในสิ่งที่สำคัญกว่านี้ในอนาคตก็ได้

 

มาถึงตรงนี้ คิดว่าหลายคนน่าจะเข้าใจตรงกันแล้วว่าหากจะรักการชอปนั้นไม่ใช่เรื่องผิดเลย ขึ้นอยู่กับว่าคุณเข้าใจสถานะการเงินของตัวเองดีแค่ไหนและจัดการมันอย่างไรมากกว่า ยิ่งจัดการและวางแผนได้ดี การเงินของคุณก็จะยิ่งมั่นคงในขอบเขตที่พอดี และช่วยให้คุณสนุกกับการชอปได้อย่างเต็มที่แบบไม่ต้องกังวลอะไรเลย   

 

"ไทยประกันชีวิต Life Fit" ยิ่ง Fit ชีวิตยิ่งคุ้ม

ประกันของคนรักสุขภาพ ที่สนับสนุนให้คนไทย Fit ในทุกด้านของชีวิต

Fit ร่างกาย, Fit จิตใจ, Fit เพื่อสังคม, Fit เพื่ออนาคตที่มั่นคง

สะสมความ Fit ของคุณแลกเป็นส่วนลดเบี้ยฯ สูงสุด 30% และรับสิทธิพิเศษอีกมากมาย

สนใจเริ่มชีวิต Fit กับไทยประกันชีวิต Life Fit คลิก : lifefit.thailife.com