All content

กักตัว 14 วันอย่างไร ไม่เบื่อ ไม่เครียด

Last updated Oct 30, 2021 | 21:17

205

ดูแลใจ สู้ภัยโควิด-19

การป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ที่สามารถทำได้เองทันที คือ การสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน การเว้นระยะห่างทางสังคม ล้างมือสม่ำเสมอด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์อย่างน้อย 20 วินาที รับประทานอาหารที่ปรุงสุกและแยกสำรับ รวมถึงการดูแลร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง

การเว้นระยะห่างทางสังคมด้วยการทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home (WFH) และการกักตัวในบ้านให้ห่างไกลจากโรค เป็นการควบคุมโดยจำกัดพื้นที่ในการใช้ชีวิตของแต่ละคน เพื่อป้องกันการสัมผัสเชื้อจากผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการในสถานที่ต่างๆ และระหว่างการเดินทาง ทั้งนี้ เมื่อต้องอยู่บ้านไประยะหนึ่งอาจทำให้เกิดความเบื่อหน่ายหรือความเครียดขึ้นได้


วิธีแก้เบื่อ เมื่อต้องกักตัว 14 วัน หรือ ทำงานที่บ้าน (Work from home)

· จัดเวลาทำงาน ตั้งเวลาทำงานให้ตรงกับเวลาที่เคยทำในออฟฟิศ ทั้งเวลาเข้างาน พักกลางวัน และเลิกงาน เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และช่วยให้คนในครอบครัวไม่รบกวนเวลาทำงาน

· จัดเวลาและช่วยกันทำงานบ้าน โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่ต้องเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน ควรมีหน้าที่รับผิดชอบงานบ้านง่ายๆ ถือเป็นกิจกรรมแก้เบื่อที่ได้ประโยชน์

· จัดเวลาทำงานอดิเรกที่ชอบ สามารถทำได้คนเดียวหรือร่วมกันทำทั้งครอบครัว งานบางอย่างอาจเพิ่มรายได้ หรือสามารถช่วยเหลือคนในสังคม เช่น การทำอาหารแจกเพื่อนบ้าน การเย็บหน้ากากผ้า และการทำคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดียเพื่อให้กำลังใจหรือความรู้แก่คนทั่วไป

· จัดเวลาสลายไขมัน เพิ่มตารางออกกำลังกาย 15-30 นาทีต่อวัน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค

· จัดเวลาหาความรู้เพิ่มเติม ปัจจุบันทำได้ง่ายผ่านโลกออนไลน์ เช่น ความรู้ช่วยป้องกันโรคระบาด การช่วยเหลือผู้อื่น การฝึกทำอาหาร การซ่อมแซมบ้านและการเรียนภาษาเพิ่มเติม เป็นต้น นอกจากจะแก้เบื่อแล้วยังอาจเป็นประโยชน์ในอนาคต


การกักตัวแบบไม่เครียด

· ติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ กับบุคคลภายนอก ทั้งผู้ร่วมงาน ครอบครัว คนรัก รวมถึงแพทย์ พยาบาลที่ดูแลในกรณีมีโรคประจำตัว เพื่อลดความคิดถึง คลายเครียด และลดความวิตกกังวลเรื่องปัญหาสุขภาพ

· ติดตามข่าวสารอย่างมีสติ ไม่ตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์หรือหมกมุ่นจนเกินไป เสพข่าวแต่พอดีจากข้อมูลที่เชื่อถือได้เท่านั้น

· ดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง ด้วยการออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่คลายเครียดด้วยการสั่งอาหารที่มีไขมันสูง หรือวิตกกังวลจนหมกมุ่นกับการรับประทานอาหารเสริมที่ไม่ได้รับการรับรองโดยผู้เชี่ยวชาญ

· ตรวจสอบอาการทางร่างกายและจิตใจสม่ำเสมอ ปรึกษาแพทย์ในกรณีที่เกิดความวิตกกังวลมากจนนอนไม่หลับ หรือไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

· ใช้ชีวิตอย่างปกติและมีคุณค่า รับผิดชอบและทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ หาเวลาพักผ่อนกับกิจกรรมที่ชอบโดยไม่ต้องออกนอกบ้าน เช่น ออกกำลังกาย เล่นดนตรี วาดภาพ ปลูกต้นไม้ ดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง

· ฝึกรับรู้และยอมรับเมื่อวิตกกังวลหรือรู้สึกลบ ไม่จำเป็นต้องพยายามปรับให้เป็นบวกในทันที ควรอยู่บนพื้นฐานความจริง โดยคิดว่ามีข่าวร้ายก็ต้องมีข่าวดีอยู่บ้าง สิ่งสำคัญไม่ควรรู้สึกผิดหวังในตัวเองที่มีความเครียด

· ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น กรณีรายได้ลดลง ตกงาน หรือมีบุคคลใกล้ชิดติดเชื้อ อย่าตำหนิหรือรู้สึกผิดโทษตัวเอง เนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คนทั่วโลกก็เผชิญปัญหาเช่นกัน และเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

· ชะลอการตัดสินใจในเรื่องใหญ่ๆ ขณะที่มีความเครียด ไม่ควรตัดสินใจทำอะไรในทันทีโดยเฉพาะเรื่องสำคัญ เช่น การลาออกจากงาน การย้ายที่อยู่ การขายบ้าน การหย่าขาดจากคู่สมรส เนื่องจากจิตใจไม่มีความมั่นคงจากภาวะท้อถอย หมดหวัง ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ง่าย ควรประคับประคองให้ผ่านสถานการณ์ต่างๆ ไปทีละขั้นตอน

· ลองใช้ชีวิตให้ช้าลง ตั้งรับว่าการระบาดของโควิค-19 ยังคงจะดำเนินไปอีกสักช่วงเวลาหนึ่ง ตื่นเช้าด้วยการจิบกาแฟ รับประทานอาหารเช้าปรุงเอง พูดคุยกับคนในครอบครัว ฟังเพลง ชื่นชมต้นไม้ เตรียมพร้อมร่างกายและจิตใจก่อนฟังข่าวสารและเริ่มทำงาน