All content

อยากตัวหอม แต่กลัวแพ้น้ำหอม

Last updated Nov 10, 2020 | 17:50

18

สารในน้ำหอมที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้

· พาราเบน (Paraben) เป็นสารกันเสียที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง แม้สารดังกล่าวจะได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในปริมาณที่เหมาะสม

· พาทาเลต (Phthalate) เป็นสารเคมีที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเช่น โลชั่น สบู่ นอกจากนี้ยังเป็นส่วนผสมในน้ำหอมอีกด้วย

· หัวน้ำหอมที่สกัดมาจากดอกลาเวนเดอร์ ผลไม้ตระกูลซิตรัส เช่น มะนาว ส้ม มะกรูด สารสกัดจากโอคมอส อาจส่งผลให้เกิดการแพ้ระคายเคืองได้


ลักษณะผื่นแพ้สัมผัส (Contact dermatitis) ที่เกิดจากการแพ้น้ำหอม

1. ผื่นแพ้สัมผัสจากสารก่อการระคายเคือง (Irritant Contact Dermatitis)  มักขึ้นกับความเข้มข้นหรือปริมาณน้ำหอมที่ฉีดจะยิ่งมีอาการมากขึ้นหากฉีดในปริมาณที่มากหรือใช้หัวน้ำหอมในสัดส่วนที่สูง สามารถเกิดได้กับทุกคน มักเกิดได้ทันที หรือ ภายใน 2 วัน ผื่นอาจมีความแดง แห้ง คันหรือมีอาการลอก ขอบเขตของผื่นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หากมีการใช้ซ้ำ

2. ผื่นแพ้สัมผัสแบบผิวหนังอักเสบ (Allergic Contact Dermatitis)  ผื่นชนิดนี้ไม่ขึ้นกับความเข้มข้นของน้ำหอมที่ใช้ และไม่ได้เกิดกับทุกคน บางครั้งไม่ได้เกิดขึ้นในครั้งแรก แต่เมื่อมีการใช้ซ้ำๆ จะมีอาการแสดงออกมา เช่น ตุ่มแดง พอง มีน้ำเหลือง มักเกิดจากการแพ้สารใดสารหนึ่งในน้ำหอม


แนวทางการป้องกันผื่นแพ้สัมผัสจากน้ำหอม

· ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือใช้น้ำหอมโดยตรงกับผิว หากเคยทำการทดสอบโดยการทาบริเวณข้อพับ แล้วมีอาการแสบแดงระคายเคืองและสำหรับคนแพ้แต่อยากตัวหอมเพราะชอบกลิ่นน้ำหอมนั้นๆ อาจใช้วิธีฉีดน้ำหอมใส่เสื้อผ้า ใส่ผ้าเช็ดหน้าแล้ว พกใส่กระเป๋าเสื้อหรือกางเกงแทนได้

· ควรหยุดการใช้น้ำหอมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมนั้นทันที หากมีอาการแพ้ โดยมากผื่นนั้นมักจะหายภายใน 5-10 วัน แต่หากมีอาการรุนแรงควรรีบปรึกษาแพทย์