All content

ทำงานเป็นทีมอย่างมีความสุขด้วยปรัชญาแห่งความเห็นใจ Omoiyari

Last updated Mar 17, 2021 | 09:16

55

“การทำงาน” ไม่ว่าจะจากเนื้องานและจำนวนงานที่โถมเข้ามาหาในแต่ละวัน หรือจะเป็นแรงกดดันจากเจ้านาย ลูกค้า ถ้าอยากให้ผ่านมรสุม นอกจากจะพัฒนาความรู้ ความสามารถ เตรียมสกิลให้พร้อมรับมือแล้ว อีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยได้มากก็คือ “ทีมเวิร์ค” หรือก็คือกลุ่มคนที่ร่วมหัวจมท้ายสู้กับเราจนสำเร็จลุล่วงนั่นเอง แต่จะสร้างทีมเวิร์คที่มั่นคงและแข็งแรงได้อย่างไร ถ้ายังขาดความเข้าใจในการอยู่ร่วมกัน วันนี้เราจึงจะมาทำความรู้จักกับ Omoiyari ปรัชญาความคิดจากแดนอาทิตย์อุทัยที่แปลเป็นไทยง่ายๆ ได้ว่า “ความเห็นอกเห็นใจ” หนึ่งในหัวใจสำคัญของการสร้างทีมที่ดีกัน

 

Omoiyari คืออะไร

หากคุณเคยได้ยินปรัชญาที่กล่าวถึงความหมายในการใช้ชีวิต หรือสิ่งที่ทำให้เราอยากตื่นขึ้นมาทุกเช้าอย่าง Ikigai (อิคิไก) หรือการเปิดรับความไม่สมบูรณ์แบบ ชื่นชมส่วนเว้าแหว่งหรือรอยตำหนิบนสิ่งของที่เกิดขึ้นตามกาลเวลาอย่าง Wabi-Sabi (วะบิ-ซะบิ) คำว่า Omoiyari (โอโมอิยาริ) ก็เป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะหมายถึง ความสนใจต่อความรู้สึกผู้อื่น เน้นการคิดให้ดีในระหว่างพูดหรือทำสิ่งต่างๆ ว่าจะเกิดผลกระทบต่อความรู้สึกผู้ฟังหรือฝั่งตรงข้ามมากน้อยแค่ไหน ไม่อาละวาดฟาดงวงฟาดงา ทำตามอารมณ์ อคติหรือตามสัญชาตญาณอย่างไร้เหตุผล หรือถ้าเทียบกับคำสุภาษิตไทยๆ ของเราก็คือ “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” นั่นเอง

 

Omoiyari แนวคิดที่ปรับใช้ได้จริงทุกวัน

1. ไม่มีใครเป็นศูนย์กลางแค่คนเดียว

ในการทำงาน แม้จะมีทั้งหัวหน้า ลูกน้อง และพนักงานระดับชั้นต่างๆ ไล่เรียงกันไป ซึ่งแน่นอนว่าอำนาจการตัดสินใจมักจะขึ้นอยู่กับหัวหน้าเป็นหลัก แต่การทำงานที่มีประสิทธิภาพหัวหน้าที่ดีจะรู้ว่าไม่ควรยึดตัวเขาเป็นศูนย์กลางแค่คนเดียวเท่านั้น หัวหน้าที่แคร์ความรู้สึกของทีม รู้จักรับฟังและมองในมุมของลูกทีมบ้าง เห็นว่าความคิดที่แตกต่างไม่ใช่สิ่งผิด แต่เป็นความหลากหลายที่อาจเป็นประโยชน์ต่อทีม ทุกคนก็จะกล้าเปิดใจ ไม่กลัวที่จะนำเสนอความคิดเห็น จนหลายครั้งก็เกิดเป็นงานใหม่ที่ดีกว่าเก่า หรือหากมีปัญหาอะไรก็จะสามารถมองภาพรวมของทีมได้ชัดเจน เพราะรับรู้ครบทุกแง่มุมจริงๆ

 

2.อย่าเพิ่งตัดสินไปก่อน

เมื่อเราใส่ใจหรือแคร์ความรู้สึกของผู้อื่น เราจะสังเกตและรับฟังเหตุผลของเขาอย่างไม่มีอคติ ถามหาเหตุผลของการกระทำหรือการตัดสินใจของเขา การเอาใจเขามาใส่ใจเรานี้จะดียิ่งขึ้น ถ้าใช้ควบคู่กับหลักความเมตตา (ปรารถนาอยากให้ผู้อื่นมีความสุข) และอุเบกขา (การวางใจให้เป็นกลาง) ตามหลักศาสนาพุทธ เช่น เมื่อศาลพิพากษาโทษจำเลย ศาลจะไม่ยึดแค่ความถูกต้อง แต่ยังไต่สวนหาเหตุจูงใจรับฟังเหตุผลและคำแก้ต่างเพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อใจของทุกฝ่ายด้วย หากเราเข้าใจเหตุผลและการกระทำของอีกฝ่าย แต่เลือกถามกันให้เข้าใจ ให้โอกาสอีกฝ่ายได้อธิบายจากมุมของเขา เราก็จะสามารถทำงานได้อย่างปราศจากอคติและราบรื่นขึ้นอย่างแน่นอน

 

3. อาสาทำให้ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

จะมีประโยชน์อะไรหากเราให้ความเห็นอกเห็นใจไป แล้วมัวแต่คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะต้องให้กลับคืนมาเท่ากัน หลักการหนึ่งของ Omoiyari ก็คือ การให้โดยไม่หวังรางวัล คำชื่นชมหรือสิ่งตอบแทน แต่เน้นการกระทำที่เกิดจากความปรารถนาดีและเจตนาบริสุทธิ์เป็นที่ตั้ง คนที่มีความสุขกับการให้จะไม่คิดว่ายิ่งให้ยิ่งได้รับ หรือยึดติดกับคำว่า Give and Take (ให้และรับทั้งสองฝ่าย) เสมอไป เพราะการใส่ใจความรู้สึกของผู้อื่นและเลือก “รักษาน้ำใจ” ของอีกฝ่ายเป็นสิ่งที่พวกเขาเต็มใจทำอยู่แล้ว ไม่ต่างจากการทำงานเป็นทีม นอกเหนือจากงานของตัวเองคงมีบางครั้งที่คุณต้องช่วยเพื่อนเตรียมเอกสารการประชุมหรือเตรียมงานด้วยกันจนดึกดื่น คุณไม่ได้หวังให้เพื่อนเลี้ยงข้าวตอบแทน หรือเจ้านายจะเลื่อนขั้นให้ในวันรุ่งขึ้น แต่เป็นความสุขที่คุณได้แสดงความเห็นอกเห็นใจและดูแลกันและกัน

 

ผลลัพธ์ของ Omoiyari

จะเห็นว่าแนวคิดการมองให้เห็นถึงหัวใจผู้อื่นนี้นั้นทำได้ไม่ยากและไม่ไกลตัวจนเกินไปนัก แถมยังให้ผลดีต่อทุกฝ่าย สำหรับคนเป็นเจ้านาย ก็สามารถสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ปั้นให้ทีมแข็งแกร่ง บนพื้นฐานของความใส่ใจและเชื่อมั่นต่อกัน เมื่อทุกฝ่ายกล้าแสดงความคิดเห็น ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ และผลลัพธ์ที่ดีต่องานในที่สุด

"ไทยประกันชีวิต Life Fit" ยิ่ง Fit ชีวิตยิ่งคุ้ม

ประกันของคนรักสุขภาพ ที่สนับสนุนให้คนไทย Fit ในทุกด้านของชีวิต

Fit ร่างกาย, Fit จิตใจ, Fit เพื่อสังคม, Fit เพื่ออนาคตที่มั่นคง

สะสมความ Fit ของคุณแลกเป็นส่วนลดเบี้ยฯ สูงสุด 30% และรับสิทธิพิเศษอีกมากมาย

สนใจเริ่มชีวิต Fit กับไทยประกันชีวิต Life Fit คลิก : lifefit.thailife.com